พืชกัญชา สายพันธุ์ fastbud โดยในธรรมชาติมีต้นกำเนิดมาจากภูมิอากาศที่หนาวเย็น สามารถพบได้ในตะวันออกกลาง ปากีสถาน อีฟกานิสถาน อินเดีย และเทือกเขาทิเบต อาการของสายพันธุ์ fast bud เชื่อว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดอาการระงับความรู้สึกทางกายเหมาะสำหรับหารพักผ่อนด้วยการดูหนังหรือการนอนก่อนนอน

ประวัติ ความเป้นมา การค้นพบกัญชาสายพันธ์ุ

ผู้ค้นพบพืชกัญชา สายพันธุ์ fastbud คือ ณอง-แบ๊บติสท์ ลามาร์ค (Jean-Baptiste Lamarck) ทหารนักชีววิทยา ชาวฝรั่งเศส ผู้ตั้งชื่อและตีพิมพ์ความรู้เรื่อง กัญชา สายพันธุ์ Indica ในปี ค.ศ.1785 (พ.ศ.2328) พืชกัญชาสายพันธุ์ อินดิกา ได้ชื่อมาตามแหล่งกำเนิดที่ต้นพบในประเทศ อินเดีย และบริเวณตะวันออกกลาง
กัญชาสายพันธุ์ fast bud กัญชานอก มีลักษณะลำต้นที่สูงไม่สูงมาก ต้นจะมีลักษณะเป็นพุ่มเตี้ย ใบมนกว้าง สีเขียวเข้ม เมื่อเทียบกับสายพันธุ์ Sativa ลักษณะของ ช่อดอกกัญชา เป็นพุ่มหนาแน่น มีกลิ่นหอมและมีผลผลิตสูงมากกว่ากัญชาสายพันธุ์ Sativa และยังมีแนวโน้มที่จะมีระยะเวลาการออกดอกสั้นกว่า กัญชา สายพันธุ์ Sativa และยังมีแนวโน้มที่จะมีระยะเวลาการออกดอกสั้นกว่า Sativa 

ทั้งหมดนี้จึงเป็น เหตุผลที่สายพันธุ์นี้มักจะเป็นที่ต้องการสำหรับการเพาะปลูกในรุ่ม (Indoor) และเมื่อโตเต็มวัยจะมีความสูง 100-150 ซม. ช่องห่างระหว่างกิ่งสั้น มีระยะเก็บเกี่ยวอยู่ที่ 6-8 สัปดาห์ ซึ่งเร็วกว่าสายพันธุ์ Sativa เพราะสายพันธุ์ Indica นั้นมีคลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) ที่สูง จึงทำให้โตเร็ว และเป็นสาเหตุที่ทำให้มีสีเขียวเข้ม

fastbud

คุณสมบัติ พิเศษของกัญชาสายพันธุ์ fastbud

  • กัญชาสายพันธุ์ fastbud จะมีค่าของสาร THC ในระดับกลาง และมีค่า CBD ที่สูงมาก แล้วแต่สายพันธุ์ 
  • ผ่อนคลาย สงบ
  • บรรเทาอาการเจ็บปวด
  • ลดอาการอาเจียน
  • ช่วยลดอาการอักเสบ
  • ลดความวิตกกังวล และความเครียด
  • ช่วยให้นอนหลับง่าย และช่วยให้ง่วงนอน
  • ช่วยบรรเทาอาการกระตุกและชัก
  • ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารของผู้ใช้กัญชา เหมาะสำหรับใช้งานในช่วงเวลากลางคืน ก่อนนอน หรือในช่วงเวลาสันทนาการ

สารในกลุ่ม Cannabinoids (Cannabinoids compound) ที่พบมากใน กัญชาสายพันธุ์ fastbud

กัญชาสายพันธุ์ fastbud จะพบสารในกลุ่ม Cannabinoids นี้กว่า 200 ชนิด แต่ที่มีการศึกษาวิจัยกันอย่างจริงจัง ก็มีอยู่เพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น และในบทความต่อไปนี้ เราจะยกตัวอย่างของสาร ที่ได้รับการศึกษาและวิจัยกันอย่างจริงจัง

  • Tetrahydrocannabinolic Acid (THCA) : เป็นสารหลักที่พบได้ในพืช Cannabis (ทั้งกัญชงและกัญชา) ปกติจะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ซึ่งเมื่อทิ้งไว้ให้พืชแห้ง สาร THCA จะถูกเปลี่ยนไปเป็น THC ซึ่งจะทำให้มีอาการเคลิ้มและมีผลเสียต่อร่างกาย ดังนั้นเวลาที่กินหรือดื่มพืช Cannabis แบบสด จะไม่มีผลเสียต่อร่างกาย
  • Tetrahydrocannabinol (THC) : CBC พบได้ในพืช Cannabis หลายสายพันธุ์ ที่เติบโตในเขตร้อนชื้น มีสรรพคุณ ช่วยลดอาการอักเสบ ลดอาการปวด ช่วยการเจริญเติบโตของกระดูก และยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลมะเร็ง
  • Cannabidiol (CBD) : เป็นสารในกลุ่ม cannabinoids ที่พบได้มากที่สุดในกัญชง สารนี้จะไม่มีผลต่อจิตประสาท แต่มีคุณสมบัติด้านการรักษาโรคได้ดีมาก ซึ่งจะกล่าวต่อไป
  • Cannabinol (CBN) : CBN ได้จากการสลายตัวของ THC และมีผลต่อจิตประสาทน้อย ช่วยเรื่องการนอนหลับและช่วยลดอาการปวดและเกร็งของกล้ามเนื้อ โดยทั่วไปจะพบได้น้อยมากหรือไม่พบเลยในกัญชง-กัญชาที่สด แต่หลังจากที่เก็บเกี่ยวแล้วทิ้งไว้สักพัก THC จะค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็น CBN
  • Cannabidiolic Acid (CBDA) : เป็นสารที่ไม่มีผลต่อจิตประสาท เวลาที่ถูกความร้อน แสง หรือทิ้งไว้ สารนี้จะเปลี่ยนไปเป็น CBD จะช่วยในเรื่องการรักษามะเร็ง ลดการอักเสบและลดอาการคลื่นไส้
  • Cannabigerol (CBG) : CBG ไม่มีผลต่อระบบประสาท จะช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย ลดอาการหดหู่ ช่วยลดความดันโลหิต และมีสรรพคุณต้านเชื้อโรค นอกจากนี้ยังพบว่า CBG จะไปยับยั้งการเติบโตของเซลมะเร็งและเนื้องอกได้ดี และยังช่วยเรื่องการเติบโตของกระดูก
  • Tetrahydrocannabivarin (THCV) : มีผลต่อจิตประสาท แต่น้อยกว่า THC พบว่ามีผลยับยั้งอาการชักได้ ช่วยกระตุ้นการเติบโตของกระดูก ลดความอยากอาหาร และช่วยเรื่องลดน้ำหนัก
fastbud

การได้รับกัญชา จะส่งผลต่อร่างกายมนุษย์อย่างไร ?

สารสำคัญหลายชนิดในพืชกัญชา Cannabinoids และ ระบบ Endocannabinoids ได้ถูกนำมาศึกษาเพื่อประโยชน์ในการรักษาอาการผิดปกติ และโรคหลายชนิด การค้นพบที่สำคัญ คือการค้นพบ Endocannabinoid systems ซึ่งเป็นระบบกุญแจสำคัญที่ปลดล็อคการนำสารเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งจะช่วยเพิ่มความก้าวหน้าในการใช้สารกลุ่มนี้เพื่อป้องกัน และรักษาความปกติต่างๆ ทางสมองได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ สามารถเข้าใจกลไกการออกฤทธิ์ของสารกัญชาในกลุ่มนี้ได้มากขึ้นอีกด้วย

ระบบ Endocannabinoid system (ECS) เป็นระบบทาง สรีรวิทยาที่พบทั่วไปในร่างกาย ทั้งในระบบประสาทส่วนกลางและระบบส่วนปลาย โดย ECS นั้น มีบทบาทสำคัญต่อการควบคุมการทำงานทั้งหมด มีบทบาทสำคัญในการควบคุมสมดุลของพลังงานในร่างกาย ผ่านทางการควบคุมของระบบประสาทส่วนกลางในส่วนของการกินอาหาร และผ่านทางการควบคุมของระบบส่วนปลายต่อการสร้างไขมัน ระบบกัญชาในมนุษย์ มีอยู่ทั่วร่างกายที่ทำให้เรา สามารถดูดซึมกัญชาเข้าสู่ช่องทางต่างๆได้อย่างรวดเร็ว เช่น

  • สมอง : ส่งผลต่อการทำงาน การกิน ความวิตกกังวล การเรียนรู้ และควาทรงจำ
  • เซลล์ผิวหนัง : เซลล์ต่อมเหงื่อ , รูขุมขน , เมลาโนไซต์ , มาสต์เซลล์ , ไฟโบรบลาส , ซีโบไซต์ , มีตัวรับเอนโดแคน นาบินอยด์ที่แตกต่างกัน
  • ลำไส้ : ตัวรับ cannabinoid ภายในลำไส้จะยับยั้งการบีบตัว เสริมการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร และช่วยเพิ่มการทำงานการกินอาหาร ลดอาการของโรคลำไส้อักเสบ โรคลำไส้แปรปรวน และโรคอ้วน
  • ดวงตา : เรตินา ในดวงตา cannabinoids มีฤทธิ์ป้องกันระบบประสาทต่อจอประสาทตา ลดหลอดเลือดตีบตาในดวงตา และลดการอักเสบในประสาทตา
  • ระบบประสาทการนอน : ผลวิจัยชี้ชัด cannabinoids สามารถปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับ ลดการรบกวน การนอนหลับ และทำให้หลับลึก และเร็วขึ้น
  • ทางเดินหายใจ : พืชกัญชาจะถูกดูดซึมผ่านโพรงจมูกอย่างรวดเร็ว และช่วยขยายหลอดลม เปิดทางเดินหายใจให้ดีขึ้น ลดการอีกเสบในโรคหอบหืด

แคนนาบินอยด์ หรือ (Cannabinoid: CB) ที่พบได้ในกัญชาสายพันธ์ุ fastbud หากเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ มันจะทำงานก็ต่อเมื่อผสานเข้ากับ ตัวรับแคนนาบินอยด์ หรือ Cannabinoid rece ในร่างกายเรา เช่น แคนนาบินอยด์ในสมอง ถ้าร่างกายผลิตมันได้อย่างเหมาะสม ก็จะช่วยให้คลายความกังวล ลดความเศร้า ทีนี้น่าจะพอเข้าใจกันแล้วว่า ทำไมมนุษย์สูบ บุหรี่กัญชา แล้วจึงได้รับผลของแคนนาบินอยด์ เพราะมนุษย์เราก็ผลิตได้บางส่วน และมีตัวรับอยู่ในร่างกายของทุกๆ คนนั่นเอง